บุตรนายช่างทอง

เรื่องนิสัยวาสนาที่ได้อบรมมาในชาติก่อน บรรดาพระสาวกทั้งหลายไม่สามารถทราบได้ว่าผู้นั้นเคยสร้างบุญสร้างกุศล สร้างวาสนาบารมีมาอย่างนี้ๆ พระสาวกรู้ไม่ได้ แต่การรู้อย่างนี้เป็นหน้าที่ของพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นที่บอกได้ว่า ในอดีตชาติเคยทำบุญมาอย่างนั้น สร้างบารมีมาอย่างนี้

ยกตัวอย่าง พระภิกษุหนุ่มลูกศิษย์ของพระสารีบุตร มีความกระสันอยากสึกออกไปเป็นฆราวาส พระสารีบุตรท่านมีความสงสารจึงแสดงธรรมให้ฟังหลายแง่หลายมุม แต่ภิกษุรูปนั้นก็ยังคงอยากสึกอยู่ พระสารีบุตรผู้ซึ่งแตกฉานในปัญญาทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถนำธรรมะหรือปัญญาไปบังคับลูกศิษย์ให้รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริงได้ พระสารีบุตรจึงนำภิกษุนั้นไปกราบพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนสารีบุตร ไม่มีพระภิกษุรูปใดจะเทศน์สอนได้ มีเพียงตถาคตองค์เดียวเท่านั้นที่เทศน์ได้ถูกจุด” พระพุทธเจ้าจึงให้นิมิตดอกบัวตูม ให้ภิกษุได้จับไว้ถือไว้ และสอนว่า

“ให้พิจารณาดอกบัวนี้ลงสู่ความไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลง และน้อมดอกบัวนี้เข้าสู่ธาตุขันธ์ของตนเอง ว่าธาตุนี้ก็ไม่เที่ยงเหมือนกับดอกบัวนี้ เมื่อดอกบัวเหี่ยวแห้ง ธาตุขันธ์นี้ก็เหี่ยวแห้งเช่นเดียวกัน”

จึงให้ภิกษุพิจารณาทบทวนเข้าหาร่างกายของตนเอง ในที่สุดภิกษุนั้นก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ นั่นเป็นเพราะภิกษุนั้นเคยสร้างบารมีมาในอดีต เคยเก็บดอกบัวถวายพระราชา ตีดอกบัวทองดอกบัวเงินถวายพระราชา ใจของเขามีความผูกพันกับดอกบัวเป็นอย่างมาก ทีนี้การภาวนาปฏิบัติก็ต้องเอาดอกบัวมาเป็นสื่ออุบายในการปฏิบัติธรรม นี่คือสร้างบารมีเก่ามาอย่างนี้